คู่มือเสริมจมูกซิลิโคนฉบับอัปเดต ตั้งแต่การเลือกทรง ขั้นตอนผ่าตัด การพักฟื้น ความเสี่ยง จนถึงรีวิวภาพก่อน-หลังจากคนไข้จริง
อัปเดตล่าสุด: 22 กันยายน 2569 · เรียบเรียงโดยทีมงาน thaisurgeryreview ร่วมกับทีมแพทย์พฤกษาแกรนด์คลินิก · ข้อมูลนี้ใช้ประกอบการตัดสินใจเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ ผลลัพธ์ของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน
การเสริมจมูกด้วยซิลิโคน (Silicone Rhinoplasty) คือการผ่าตัดใส่แท่งซิลิโคนทางการแพทย์เข้าไปใต้เนื้อเยื่อบริเวณสันจมูก เพื่อยกสันให้โด่งขึ้น ทำให้ใบหน้ามีมิติ ดูคมชัด และสมดุลมากขึ้น เป็นหนึ่งในหัตถการศัลยกรรมความงามที่คนไทยเลือกทำมากที่สุด เพราะใช้เวลาผ่าตัดไม่นาน พักฟื้นได้เร็ว และสามารถออกแบบทรงให้เข้ากับโครงหน้าของแต่ละคนได้
ซิลิโคนที่ใช้ในปัจจุบันเป็นวัสดุเกรดการแพทย์ที่ผ่านการรับรอง มีทั้งแบบนิ่มและแบบกึ่งแข็ง แพทย์จะเหลาหรือเลือกขนาดให้พอดีกับสันจมูกเดิมของคนไข้ จุดสำคัญของการเสริมจมูกที่ดีจึงไม่ได้อยู่ที่ความโด่งมากที่สุด แต่อยู่ที่ความพอดีกับใบหน้า ความเป็นธรรมชาติ และความปลอดภัยในระยะยาว
สำหรับผู้ที่ปลายจมูกบาง เคยเสริมจมูกมาแล้วหลายครั้ง หรือมีปัญหาซิลิโคนทะลุ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้เนื้อเยื่อตัวเองร่วมด้วย เช่น การเสริมจมูกด้วยกระดูกซี่โครง เพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว
เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความโด่งของสันจมูกเป็นหลัก ปลายจมูกเดิมมีรูปทรงดีอยู่แล้ว ใช้แผลเล็ก พักฟื้นเร็ว
แพทย์จะใช้เนื้อเยื่อ เช่น เนื้อเยื่อหลังหู หรือพังผืด มาหุ้มปลายซิลิโคนไว้ เพื่อลดแรงกดที่ผิวปลายจมูก ช่วยให้ปลายจมูกดูนุ่มเป็นธรรมชาติ และลดโอกาสปลายจมูกบางหรือซิลิโคนดันผิว
เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ปลายจมูกเชิดสั้น ปลายจมูกตก หรือจมูกหนาใหญ่ แพทย์จะเปิดแผลที่ฐานจมูกเพื่อจัดโครงสร้างกระดูกอ่อนได้แม่นยำ จากนั้นจึงเสริมซิลิโคนบริเวณสันจมูก
ทรงจมูกที่สวยสำหรับคนหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกคน แพทย์จะประเมินจากสัดส่วนใบหน้า ความกว้างของระยะหัวตา ความสูงของหน้าผาก รูปปากและคาง รวมถึงความหนาของผิวหนัง ก่อนออกแบบทรงร่วมกับคนไข้ ทรงที่นิยม ได้แก่
การดูภาพ รีวิวเสริมซิลิโคนจมูก ของคนไข้จริงที่มีโครงหน้าใกล้เคียงกับตัวเอง จะช่วยให้คุยกับแพทย์ได้ชัดเจนขึ้นว่าชอบทรงแบบไหน
อาการบวมช้ำหลังเสริมจมูกเป็นเรื่องปกติ โดยจะบวมมากที่สุดใน 2-3 วันแรก และค่อย ๆ ยุบลงในช่วง 1-2 สัปดาห์ ส่วนรูปทรงที่เข้าที่เป็นธรรมชาติจะเห็นชัดประมาณ 1-3 เดือน
ทุกการผ่าตัดมีความเสี่ยง การเสริมจมูกซิลิโคนก็เช่นกัน ภาวะที่อาจเกิดได้ ได้แก่ การติดเชื้อ ซิลิโคนเอียง ปลายจมูกบางหรือแดง ซิลิโคนเคลื่อนหรือทะลุ และพังผืดหดรัด ความเสี่ยงเหล่านี้ลดลงได้มากเมื่อ
หากเคยเสริมจมูกมาแล้วเกิดปัญหา สามารถอ่านแนวทางแก้ไขได้ในกระทู้ 5 อันดับ แก้จมูกพังๆ ให้กลับมาปังอีกครั้ง หรือส่งรูปปรึกษาแพทย์ได้ที่หน้า ตั้งกระทู้-สอบถาม
ราคาเสริมจมูกขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของซิลิโคน เทคนิคที่ใช้ การหุ้มปลายจมูกหรือไม่ การผ่าตัดครั้งแรกหรือเป็นงานแก้ไข และการใช้ยาระงับความรู้สึก จึงควรเข้ารับการประเมินกับแพทย์ก่อนเพื่อรับราคาที่ชัดเจน ดูโปรโมชั่นล่าสุดได้ที่หน้า โปรโมชั่น
หากผ่าตัดถูกวิธีและดูแลดี ซิลิโคนสามารถอยู่ได้ในระยะยาว ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตามระยะเวลา แต่ควรพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปลายจมูกแดง บาง หรือซิลิโคนเอียง
ระหว่างผ่าตัดจะได้รับยาชาหรือยาระงับความรู้สึก หลังผ่าตัดอาจมีอาการตึงและปวดเล็กน้อย ซึ่งควบคุมได้ด้วยยาที่แพทย์สั่ง
ส่วนใหญ่กลับไปทำงานได้ภายใน 5-7 วัน หลังตัดไหม โดยอาจยังมีอาการบวมเล็กน้อยที่คนรอบข้างสังเกตได้ไม่มาก
ขึ้นกับโครงสร้างจมูกและประวัติการผ่าตัด ผู้ที่ทำครั้งแรกและผิวหนาพอ ซิลิโคนมักเพียงพอ ส่วนผู้ที่ต้องการปรับปลายมาก หรือเคยมีปัญหา อาจเหมาะกับกระดูกซี่โครง อ่านเปรียบเทียบเพิ่มได้ที่กระทู้ ตัดสินใจไม่ถูกจะใช้ซิลิโคนหรือกระดูกเสริมจมูก
ควรส่งรูปหน้าตรง รูปเงยหน้าให้เห็นรูจมูกทั้งสองข้าง และรูปด้านข้างทั้งซ้ายและขวา ผ่าน LINE @pruksagrand_clinic เพื่อให้แพทย์ประเมินเบื้องต้น
สอบถามข้อมูลหรือส่งรูปให้แพทย์ประเมินเบื้องต้นได้ทุกวัน ทาง LINE @pruksagrand_clinic หรือโทร 097-159-4954 (24 ชั่วโมง) สาขาพฤกษาแกรนด์คลินิก นครปฐม โทร 034-310-844 หรือจองคิวนัดปรึกษาออนไลน์